การประชุมคณะทำงานพิจารณาการบรรเทาผลกระทบผู้ประกอบการจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ครั้งที่ 2/2563

27 พ.ค. 2563      89 views

แชร์ทั้งหมด 0 ครั้ง

Facebook share Twitter share Print

การประชุมคณะทำงานพิจารณาการบรรเทาผลกระทบผู้ประกอบการจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ครั้งที่ 2/2563

วันนี้ (27 พ.ค.63) ดร.พัฒพงศ์ พงษ์สกุล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระนอง เข้าร่วมการประชุมหารือคณะทำงานพิจารณาการบรรเทาผลกระทบของผู้ประกอบการจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 จังหวัดระนอง ครั้งที่ 2/2563 ณ ห้องประชุมพลับพลึงธาร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดระนอง นายพรเทพ ผ่องศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ประธานการประชุม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อเพิ่มมาตรการบรรเทาผลกระทบของผู้ประกอบการจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา การให้คำปรึกษาหารือกำหนดแนวทางช่วยลดผลกระทบให้กับผู้ประกอบการ และดูแลเยียวยาด้านผลกระทบจากไวรัสโคโรนาต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อมตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแล้ว กฎกระทรวงช่วยผู้ประกันตนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัยโควิด ในระหว่างวันที่ 1 มีนาคม - 31 สิงหาคม 2563
มติที่ประชุมได้มีนโยบายเพิ่มเติมและแนวทางการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด -19 จังหวัดระนอง โดยจะใช้จ่ายงบประมาณจากเงินเหลือจ่ายจากโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 และงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนของประชาชนในจังหวัด จึงขอความร่วมมือส่วนราชการได้จัดทําแผนงานโครงการ ในการพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ ภายใต้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด และเห็นชอบให้ใช้ข้อมูลการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัส(COVID-19) ในระบบ Thai QM ประกอบการจัดทำแผนการแก้ไขปัญหา ให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยกำหนดให้มีแผนการดำเนินการใน 3 ระยะ ประกอบด้วย ระยะเร่งด่วน (เมษายน-พฤษภาคม 2563) ระยะที่ 2 (มิถุนายน-กันยายน 2563) และระยะที่ 3 แผนฟื้นฟู (หลังกันยายน 2563) พร้อมทั้งรับทราบข้อเสนอของภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รวมทั้ง การบริหารจัดการสินค้าและการนำร่องเปิดถนนคนเดินจังหวัดระนอง ซึ่งบริเวณสถานที่ประกอบการค้าจะต้องคำนึงถึงหลักปฏิบัติและสุขอนามัยด้วย ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดและเว้นระยะห่างทางสังคม ซึ่งจะต้องไม่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดอีกด้วย