รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามแผนพัฒนาท่าอากาศยานระนอง

2 พ.ย. 2563      31 views

แชร์ทั้งหมด 0 ครั้ง

Facebook share Twitter share Print

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามแผนพัฒนาท่าอากาศยานระนอง

วันนี้ ( 2 พ.ย.63 ) ดร.พัฒพงศ์ พงษ์สกุล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระนอง ให้การต้อนรับ นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจราชการและเป็นประธานการประชุมติดตามการดำเนินงานตามแผนพัฒนาท่าอากาศยานระนอง จ.ระนอง โดยมีนายเจือ ราชสีห์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายสมเกียรติ มณีสถิตย์ รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง หัวหน้าหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ณ ท่าอากาศยานระนอง

-การประชุมในครั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับฟังรายงานสรุปการดำเนินงานตามแผนพัฒนาท่าอากาศยานระนอง โดยรองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน รายละเอียด- โครงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าแรงสูง แรงต่ำ หม้อแปลงไฟฟ้า Unitsub อาคารที่พักผู้โดยสาร ท่าอากาศยานระนอง- อาคารควบคุมระบบไฟฟ้าสนามบิน(อาคาร AFL )ท่าอากาศยานระนอง- งานก่อสร้างจุดตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะ และปรับปรุงกายภาพ ท่าอากาศยานระนอง-งานก่อสร้างรั้วปิดเขตการบินและเพิ่มลวดหนามของรั้วรอบบริเวณ ท่าอากาศยานระนอง- งานซ่อมปรับปรุงระบบประปาและระบบสุขาภิบาล- งานปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย - งานซื้อพร้อมติดตั้งไฟส่องสว่างแนวรั้วพื้นที่เขตการบิน ท่าอากาศยาน- งานซ่อมบำรุงเสริมผิวทางวิ่งทางขับ ท่าอากาศยานระนอง โดย บริษัท ซี.อี.ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้รับจ้างโครงการดังกล่าว

ทั้งนี้ กรมท่าอากาศยาน(ทย.)ได้มีแผนพัฒนาท่าอากาศยานระนอง โดยในปีงบประมาณ 2563 ได้จ้างที่ปรึกษารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการปรับปรุงท่าอากาศยานระนอง งบประมาณ 5 ล้านบาท( ห้าล้านบาท) และในปีงบประมาณ 2564 มีแผนในการจ้างออกแบบปรับปรุงขยายอาคารที่พักผู้โดยสารท่าอากาศยานระนอง งบประมาณ 27.7250 ล้านบาท (ยี่สิบเจ็ดล้านเจ็ดแสนสองหมื่นห้าพันบาท) และในปีงบประมาณ 2567 – 2570 จะดำเนินการตามแผนในการก่อสร้างขยายทางวิ่ง จากเดิมยาว 2,000 เมตร เป็น 2,500 เมตร งบประมาณ 800 ล้านบาท หากโครงการแล้วเสร็จ จะสามารถรองรับอากาศยานขนาดใหญ่ เช่น โบอิ้ง 737 หรือ แอร์บัส A320 (180 – 220 ที่นั่ง) ทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและเที่ยวบินต่างประเทศ โดยนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจได้แก่ นักท่องเที่ยวจากทวีปเอเชีย ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น อินเดียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ และอาคารประกอบ งบประมาณ 500 ล้านบาท เพื่อรับรองจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นทุกปี เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 700 คนต่อชั่วโมง หรือ 2 ล้านคนต่อปี

ในการนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กล่าวกำชับ ขอให้ทุกหน่วยงานร่วมมือบูรณาการทุกมิติ เพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดระนองให้สอดรับกับนโยบายของรัฐ ตามมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว “ เชื่อมโลก เชื่อมไทย สู่เมืองรองและการส่งเสริมให้ท่าอากาศยานของระนองเป็นศูนย์กลางรวบรวมผลผลิตและกระจายสินค้าเกษตรออกสู่ตลาดเพื่อช่วยเหลือเกษตร พร้อมเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID -19) อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผู้โดยสารมั่นใจเมื่อใช้บริการท่าอากาศยาน (ทย.)

ส.ปชส.ระนอง /ภาพ/ข่าว

นกเงือก อิสระ /ภาพ